ความแตกต่างระหว่างอาหารสายยางและอาหารทางการแพทย์เข้าใจได้ง่ายๆ ว่าสองคำนี้มีความเกี่ยวข้องกัน แต่ "อาหารทางการแพทย์" เป็นหมวดหมู่ของตัวผลิตภัณฑ์ ส่วน "อาหารสายยาง" เป็นวิธีการใช้ครับ
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ผมขอเปรียบเทียบความแตกต่างดังนี้ครับ:
1. นิยามและความหมาย
อาหารทางการแพทย์ (Medical Food): คืออาหารที่ถูกปรุงแต่งขึ้นมาเป็นพิเศษตามหลักวิทยาศาสตร์ เพื่อใช้รักษาหรือจัดการด้านโภชนาการสำหรับผู้ป่วยเฉพาะโรค (เช่น เบาหวาน, โรคไต, โรคตับ) หรือผู้ที่ไม่สามารถได้รับสารอาหารเพียงพอจากการทานอาหารปกติ สามารถใช้ดื่มเองทางปาก หรือให้ทางสายยางก็ได้
อาหารสายยาง (Tube Feeding Formula): คืออาหารที่ถูกเตรียมให้อยู่ในรูปแบบของเหลว เพื่อส่งผ่านสายเข้าสู่กระเพาะอาหารหรือลำไส้โดยตรง มักใช้กับผู้ป่วยที่กลืนไม่ได้ หรือหมดสติ ซึ่ง "อาหารทางการแพทย์" หลายชนิดก็ถูกนำมาใช้เป็นอาหารสายยางครับ
2. รูปแบบของผลิตภัณฑ์
หัวข้อ อาหารทางการแพทย์ (Medical Food) อาหารสายยาง (Tube Feeding)
รูปแบบ มีทั้งแบบผงชง, แบบเหลวบรรจุขวด/กระป๋อง ต้องเป็น "ของเหลว" เท่านั้นเพื่อให้ไหลผ่านสายได้
ที่มา ผลิตโดยกระบวนการอุตสาหกรรม (มาตรฐาน อย.) มีทั้งแบบ สูตรสำเร็จรูป และ สูตรปั่นเอง (Blenderized Diet)
การใช้งาน ดื่มเสริมมื้ออาหาร หรือใช้เป็นอาหารหลัก ให้ผ่านสายยาง (NG Tube / PEG) เท่านั้น
3. เมื่อไหร่ที่ต้องเรียก "อาหารสายยาง"
เราจะเรียกอาหารนั้นว่าอาหารสายยางก็ต่อเมื่อผู้ป่วยมีข้อจำกัดด้านการกิน เช่น:
ผู้ป่วยติดเตียงที่สำลักง่าย
ผู้ป่วยผ่าตัดช่องปากหรือทางเดินอาหาร
ผู้ป่วยที่ไม่รู้สึกตัว
หมายเหตุ: อาหารสายยางไม่จำเป็นต้องเป็นอาหารทางการแพทย์เสมอไป (เช่น อาหารปั่นผสมจากอกไก่ ฟักทอง ไข่ต้ม ที่เราทำเองที่บ้าน)
4. เมื่อไหร่ที่ต้องเรียก "อาหารทางการแพทย์"
เราจะเรียกผลิตภัณฑ์นั้นว่าอาหารทางการแพทย์ เมื่อมีการออกแบบสารอาหารมาให้ "จำเพาะเจาะจงกับโรค" เช่น:
สูตรสำหรับคนไข้เบาหวาน (ดัชนีน้ำตาลต่ำ)
สูตรสำหรับคนไข้โรคไต (จำกัดโปรตีนและเกลือแร่)
สูตรสำหรับคนไข้ที่ต้องการโปรตีนสูงเพื่อสมานแผล
หมายเหตุ: อาหารทางการแพทย์หลายแบรนด์ เช่น Ensure, Glucerna, Nepro สามารถซื้อมาดื่มเองทางปากเพื่อเสริมร่างกายได้โดยไม่ต้องใส่สายยางครับ
สรุปสั้นๆ ให้จำง่าย:
อาหารทางการแพทย์ คือ "ชนิดของอาหาร" (เน้นสารอาหารตามโรค) อาหารสายยาง คือ "วิธีการให้อาหาร" (เน้นการส่งผ่านท่อ)